5 วิธีการเลือกแอปสั่งอาหารเดลิเวอรี่ ที่ตรงใจคุณ

เมื่อมองเผิน ๆ แอปพลิเคชันสั่งอาหารเดลิเวอรี่อาจจะดูไม่ต่างกันเท่าไรนัก แต่ความจริงแล้ว แต่ละแอปมักจะมีรายละเอียดในการสั่งอาหารแตกต่างกันไป ซึ่งบางเงื่อนไขก็อาจไม่เหมาะกับการใช้งานของคุณ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาดูสิ่งที่คุณควรคำนึงถึงในการเลือกใช้แอปสั่งอาหารเดลิเวอรี่ไปพร้อม ๆ กันเลยดีกว่าค่ะ
 
 
1. เลือกแอปสั่งอาหารจากราคาค่าจัดส่ง
 
ราคาถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งเมื่อคุณต้องตัดสินใจเลือกซื้อหรือใช้บริการผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งค่าจัดส่งเริ่มต้นของแต่ละแอปและราคาที่บวกเพิ่มเรื่อย ๆ ตามระยะทางก็มักจะแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัท ดังนั้น จึงควรเปรียบเทียบด้วยว่า อัตราค่าจัดส่งของแอปไหนที่คุ้มค่าที่สุด อย่างไรก็ตาม คุณยังคงต้องพิจารณาจากปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย เพื่อให้ได้บริการที่เหมาะสมและถูกใจเรามากที่สุดนะคะ
 
2. เลือกแอปสั่งอาหารจากโปรโมชัน
 
อีกสิ่งหนึ่งที่ลูกค้าส่วนใหญ่ชื่นชอบเป็นอย่างมากก็คือ โปรโมชันส่วนลดต่าง ๆ นั่นเองค่ะ ด้วยการแข่งขันที่สูงขึ้น จึงทำให้แอปสั่งอาหารเดลิเวอรี่ต่างขนโปรโมชันทั้งลดแลกแจกแถมมาล่อตาล่อใจผู้ใช้งานจนเลือกใช้ไม่ถูกกันเลยทีเดียว ทั้งโปรโมชันลดราคา, ซื้อ 1 แถม 1 หรือโปรโมชันส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ และนอกจากโปรโมชันเหล่านี้แล้ว หลายแอปยังมีโปรโมชันเสริมสำหรับลูกค้าของบริษัทคู่สัญญาเพิ่มเข้ามาด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น The 1, ธนาคาร หรือแม้แต่เครือข่ายโทรศัพท์ต่าง ๆ ดังนั้น อย่าลืมตรวจสอบด้วยนะคะว่า บัตรหรือเครือข่ายโทรศัพท์ที่เราใช้อยู่มีโปรโมชันร่วมกับแอปใดบ้าง
 
3. เลือกแอปสั่งอาหารจากขอบเขตพื้นที่การจัดส่ง
 
เป็นที่น่าเสียดายที่แอปพลิเคชันสั่งอาหารเดลิเวอรี่ส่วนใหญ่ไม่ได้ให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ แต่จะให้บริการเฉพาะพื้นที่เท่านั้น โดยแอปส่วนใหญ่มักจะให้บริการเฉพาะในเขตกรุงเทพ ฯ และปริมณฑล หรือบางจังหวัดที่เข้าร่วม ขณะที่บางแอปให้บริการเฉพาะในต่างจังหวัดเท่านั้น เช่น Eatder ที่ให้บริการแค่ในเขตอำเภอเมืองและอำเภอวารินชำราบ จังหวังอุบลราชธานีเท่านั้น เป็นต้น ดังนั้น อย่าลืมตรวจสอบด้วยนะคะว่า แอปที่เล็งไว้นั้นให้บริการในเขตพื้นที่ที่คุณอยู่หรือไม่ เพื่อให้คุณได้ใช้งานแอปพลิเคชันได้อย่างเต็มรูปแบบนั่นเองค่ะ
 
4. เลือกแอปสั่งอาหารที่มีร้านที่ชื่นชอบ
 
เนื่องจากร้านอาหารในประเทศไทยนั้นมีมากมาย ทั้งยังมีให้เลือกทานหลากหลายประเภท หลายคนจึงอาจจะมีร้านโปรดในดวงใจอยู่หลายร้านเลยใช่ไหมล่ะคะ และแม้การสั่งจากแอปพลิเคชันสั่งอาหารเดลิเวอรี่จะช่วยประหยัดเวลาไปได้มาก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า ร้านค้าที่คุณชื่นชอบจะเข้าร่วมกับแอปพลิเคชันสั่งอาหารเดลิเวอรี่ทุกร้าน ดังนั้น วิธีเช็กง่าย ๆ คือ ค้นหาร้านค้าในแอปพลิเคชันสั่งอาหารเดลิเวอรี่ที่คุณมี หรือดูว่าร้านโปรดของคุณเข้าร่วมกับแอปใดบ้าง โดยอาจตรวจสอบจากทางเพจ หรือจะติดต่อกับทางร้านโดยตรงก็ได้เช่นกัน 
 
แต่หากร้านที่คุณหมายปองนั้นไม่ร่วมกับแอปพลิเคชันสั่งอาหารเดลิเวอรี่ใด ๆ เลย เราก็มีทางออกให้คุณค่ะ เพราะแอปพลิเคชันขนส่งของบางแอปได้ปรับตัวมารับส่งอาหารด้วย เช่น Skootar หรือ Lalamove โดยแอปเหล่านี้จะมีหน้าที่ในการรับส่งอาหารเท่านั้น คุณจะต้องเป็นฝ่ายติดต่อกับทางร้านเพื่อทำการสั่งอาหารเอง ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้คุณทานมื้อโปรดได้ง่ายยิ่งขึ้น เพียงแต่ราคาค่าจัดส่งอาจจะสูงกว่าแอปสั่งอาหารทั่วไปเล็กน้อยค่ะ
 
5.เลือกแอปสั่งอาหารตามบริการเสริม
 
หลายแอปมักจะมีบริการเสริมเพิ่มเข้ามาด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานมากขึ้นอีกระดับ ไม่ว่าจะเป็นบริการรับฝากซื้อของเพิ่มเติมระหว่างทาง, บริการวางบิล, เดินเอกสาร, บริการฝากส่งของทั้งทางไปรษณีย์และทางรถตู้, บริการเก็บเงินค่าสินค้าปลายทาง หรือแม้กระทั่งบริการนำเงินหรือเช็คเข้าบัญชี โดยบริการเสริมในที่นี้หมายถึง เราสามารถฝากพี่คนขับให้ไปทำสิ่งอื่นเพิ่มเติมจากการส่งอาหารได้เลย โดยจ่ายเงินรวมในยอดเดียวนั่นเองค่ะ
 
ซึ่งบริการที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะมีการคิดค่าบริการเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย และโดยส่วนมากจะเป็นแอปขนส่งของที่ปรับมาเป็นบริการรับส่งอาหารด้วย เช่น Skootar หรือ Lalamove ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยดี ๆ ที่ให้คุณได้มีเวลาในการทำกิจกรรมอื่น ๆ มากขึ้นนั่นเองค่ะ

บทความอื่นๆ