เคล็ดลับขจัดกลิ่นอับในเสื้อผ้า ปัญหากวนใจช่วงหน้าฝน

เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนที่เต็มไปด้วยสภาพอากาศที่เปียกชื้น ฟ้าครึ้ม ไร้แสงแดด หลายคนคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “กลิ่นเหม็นอับในเสื้อผ้า” เป็นหนึ่งในปัญหาที่กวนใจ เพราะนอกจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลในความ มั่นใจของเราต่อคนรอบข้างแล้ว ยังเสี่ยงกับโรคผิวหนังตามมาอีกด้วย เราจึงรวบรวมเคล็ดลับดีๆ เพื่อ ขจัดปัญหากลิ่นอับที่เกิดขึ้นให้หมดไปมาฝาก จะมีวิธีไหนบ้างไปดูกันเลย
 
 
เลือกผลิตภัณฑ์ซักผ้า
 
เลือกผลิตภัณฑ์ซักผ้า ผงซักฟอก น้ำยาซักผ้า และน้ำยาปรับผ้านุ่ม ที่เหมาะกับช่วงหน้าฝน ซึ่งในปัจจุบัน มีให้เลือกหลากหลายแบรนด์ หลายสูตรที่เหมาะกับประเภทของผ้าต่างๆ ถือว่าเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวก มากๆ
 
ใช้เครื่องอบผ้าให้แห้ง
 
วิธีนี้สะดวกแถมยังประหยัดเวลาในการตากผ้าและลดความอับชื้นได้ดี แต่อย่าลืมดูว่าเสื้อผ้าตัวไหนบ้างที่ สามารถนำเข้าเครื่องอบผ้าได้ เพราะไม่อย่างนั้น เสื้อผ้าของคุณอาจจะหด จนอาจจะทำให้เสียรูปทรงได้
 
เติมน้ำส้มสายชูลงไปผสมในการซัก
 
สำหรับผ้าบางชนิด ที่มีความหนา เช่น ผ้าเช็ดตัว ผ้ายีนส์ ผ้าเหล่านี้จะแห้งช้าและมีกลิ่นอับได้ง่าย นำผ้า เหล่านี้ ไปแช่ในน้ำที่ผสมน้ำส้มสายชู 1 ถ้วย/ น้ำเปล่า 1 ถัง แช่ทิ้งไว้ 2 – 3 ชั่วโมง ก่อนนำไปซักตามปกติ หรือ เติมน้ำส้มสายชู 1 ถ้วยลงไป พร้อมกับการซักผ้าแบบปกติ จะช่วยลดการเหม็นอับได้อย่างดีเลย
 
การตากต้องใส่ใจให้มาก
 
สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เสื้อมีกลิ่นอับก็คือ เสื้อผ้าที่ซักมาแล้วนั้นแห้งไม่สนิท หลีกเลี่ยงการตากผ้าทับซ้อน หรือชิดกันเกินไป หรือการกลับด้านเสื้อผ้าเวลาตาก จะช่วยให้ผ้าแห้งเร็วขึ้น โดยเฉพาะเสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้า หนา หรือมีกระเป๋าเสื้อ
 
ทำความสะอาดเครื่องซักผ้า
 
เครื่องซักผ้าที่เราใช้ไปนาน ๆ โดยไม่เคยทำความสะอาดเลย เป็นแหล่งสะสมของคราบสกปรกและเชื้อโรค ต่าง ๆ เราจึงควรทำความสะอาดเครื่องซักผ้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน วิธีทำความสะอาดก็ ง่าย ๆ เพียงเปิดเครื่อง เซ็ตระดับน้ำให้เหมือนซักผ้าปกติ ใส่น้ำส้มสายชูประมาณ 4 ถ้วยตวงตามลงไป แล้วกดปุ่มให้เครื่องทำงานปกติ จะช่วยกำจัดเชื้อโรคที่อยู่ตามซอกเล็ก ๆ ที่เรามองไม่เห็นได้
 
เช็คให้ชัวร์ก่อนจัดเก็บ
 
ก่อนนำผ้าไปพับเก็บหรือแขวนในตู้ ต้องแน่ใจว่าผ้าแห้งสนิททุกส่วน การจัดเก็บหรือสวมใส่เสื้อผ้าที่ยังมี ความชื้นอยู่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นอับ หากรีบใช้ก็ควรรีดผ้าเพื่อไล่ความชื้นออกจากเนื้อผ้า ก่อนเสมอ ถ้ายังไม่มั่นใจ อาจใช้สเปรย์กำจัดกลิ่นชนิดที่ฉีดผ้าเป็นตัวเสริมก็ได้ นอกจากจะได้ผ้าหอมถูกใจ และไม่เหม็นอับแล้ว กลิ่นสเปรย์ยังฟุ้งกระจาย เพิ่มความหอมภายในตู้เสื้อผ้าด้วย

บทความอื่นๆ